8 โอกาสที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่าย(MLM) จากโรงเรียนสอนธุรกิจ โดย Rebert Kiyosaki(1)
คุณโรเบิร์ต คิโยซากิ ได้กล่าวถึงคุณค่า 8 ประการที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่ายนอกเหนือจากศักยภาพในการทำเงิน ไว้ในหนังสือ โรงเรียนสอนธุรกิจ
หนึ่งในหนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก ดังนี้
โอกาสที่ 1: โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ
โอกาสที่ 2: โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้าน
แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงาน
โอกาสที่ 3: โอกาสที่จะเข้าสู่ด้าน B(เจ้าของกิจการ)ด้วยต้นทุนในการเริ่มต้นและ
การดำเนินการต่ำกว่าธุรกิจอื่น
โอกาสที่ 4: โอกาสที่จะได้ลงทุนในธุรกิจประเภทเดียวกันกับที่คนรวยทำ
โอกาสที่ 5: โอกาสในการสร้างความฝันให้เป็นจริง
โอกาสที่ 6: พบคุณค่าของธุรกิจเครือข่าย
โอกาสที่ 7: คุณค่าที่คุณประเมินตัวเองจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คุณเป็น
โอกาสที่ 8: โอกาสในการพัฒนาทักษะผู้นำของคุณ
ทำไมคุณถึงแนะนำธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM ให้กับผู้อื่น?
มีคนถามผมเสมอว่า ทำไมผมจึงแนะนำธุรกิจเครือข่ายให้กับคนทั่วไป ทั้ง ๆ
ที่ผมก็ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นมาจากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายสักหน่อยครับ
ผมมีเหตุผลอยู่หลายประการที่ทำเช่นนี้และนี่แหละครับคือที่มาของหนังสือเล่ม
นี้
โอกาสที่ 1 : โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ
ไม่ใช่เรื่องเงิน
พวกเขามักจะเล่าถึงคนที่สามารถทำเงินได้ถึงหนึ่งแสนเหรียญต่อเดือน จากธุรกิจของเขาให้ฟังอย่างตื่นเต้น และผมก็เคยได้พบกับคนเหล่านั้นจริง ๆ มาแล้วด้วย ผมจึงไม่มีความสงสัยในศักยภาพของการสร้างรายได้มากมายจากธุรกิจเครือข่ายเลย แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่แนะนำให้พวกเราเข้าไปศึกษาธุรกิจนี้ เพราะด้วยเรื่องเงินเป็นเหตุผลหลัก
ไม่ใช่เรื่องสินค้า
ธุรกิจเครือข่ายแรกที่ผมได้เข้าไปศึกษาในปี 1970 นั้นขายวิตามิน ผมได้ลองกินดูแล้วก็พบว่าคุณภาพของมันยอดเยี่ยมจริง ๆ ผมได้มีโอกาสเข้าไปสั่งสินค้ากับบริษัทเหล่านั้นบ้างเมื่อผมต้องการสินค้า และบริการที่เขานำเสนอ แต่สินค้าและแผนการตลาดที่ว่าก็ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ผมสนับสนุนให้ผู้คนเข้า ไปศึกษาธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายอีกเช่นกัน
แต่มันเป็นเพราะกระบวนการอบรมต่างหาก
เหตุผลแรกที่ผมแนะนำให้เข้าไปสู่ธุรกิจเครือข่ายคือ กระบวนการในการอบรมของเขา ไม่ ใช่แค่สินค้า ไม่ใช่ตัวรายได้ ไม่ใช่เวลาแค่สามชั่วโมงนั่งฟังแผนการตลาดหรือแคตตาล็อกสินค้าที่มีสีสันสวย งาม แต่ต้องใช้เวลามากกว่านั้น
ดูให้รอบคอบ เพราะบริษัทเหล่านั้นส่วนใหญ่จะบอกว่าเขามีกระบวนการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม ทั้ง ๆ ที่บางบริษัทไม่มีอะไรเลย แค่ให้คุณไปอ่านหนังสือบางเล่ม หรือไม่ก็เป็นเพียงการอบรมให้คุณรู้จักวิธีชักชวนเพื่อนหรือญาติพี่น้อง พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ สอนให้คุณเป็นเพียงพนักงานขายเท่านั้น
ฉะนั้นเมื่อผมพูดถึงการเรียนรู้ทางด้านธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผม หมายถึงการศึกษาที่มีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนดักแด้ให้เป็นผีเสื้อได้ และเมื่อพูดถึงการเรียนรู้ในธุรกิจเครือข่าย ผมจึงแนะนำให้คุณมองหากระบวนการให้ความรู้ที่มีพลังมากถึงขนาดทำให้ชีวิตของ คุณแตกต่างจากเดิมไปได้เช่นกัน
การสอนจากประสบการณ์จริง
ผู้คนที่สอนเราจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ ในระดับสูงของธุรกิจนั้น ซึ่งต่างจากในโลกธุรกิจแบบเดิมที่คุณไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จจริง ๆ เพื่อที่จะมาสอนวิชาธุรกิจ ดังนั้นเมื่อคุณมองเข้าไปในธุรกิจเครือข่าย ก็ควรมองไปยังผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับสูงในธุรกิจนั้นด้วย และถามตัวคุณเองว่าคุณต้องการที่จะเรียนรู้จากเขาหรือไม่
วิชาความรู้ที่สำคัญที่สอนกันจากประสบการณ์จริงในธุรกิจเครือข่ายได้แก่
- ทัศนคติสู่ความสำเร็จ
- ทักษะการเป็นผู้นำ
- ทักษะในการสื่อสาร
- ทักษะในการพบปะผู้คน
- การเอาชนะความกลัว ความสงสัย และความไม่มั่นใจในตัวเอง
- การเอาชนะความกลัวจากคำปฏิเสธ
- ทักษะการบริหารการเงิน
- ทักษะการลงทุน
- ทักษะในด้านการสร้างความน่าเชื่อถือ
- ทักษะการบริหารเวลา
- การตั้งเป้าหมาย
- การจัดระบบ

การเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตหมายถึงอะไร
การเรียนรู้ทางด้านอารมณ์
พ่อจนของผมซึ่งเป็นครูมีความคิดว่า การทำผิดพลาดเป็นเรื่องเลวร้าย ในทางตรงกันข้าม พ่อรวยสอนว่า “เรียนรู้จากความผิดพลาด เราเรียนรู้ที่จะขี่จักรยานได้ ก็จากการที่เราล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า การไม่เรียนรู้จากความผิดพลาดต่างหากที่เป็นเรื่องเลวร้าย” ฉะนั้น เมื่อทำผิด ก็จงยอมรับผิด นี่ต่างหากคือวิธีการเรียนรู้
ในโลกของธุรกิจทั่ว ๆ ไปก็มีทัศนคติเรื่องของการทำผิดพลาดนี้ เมื่อคุณทำผิดพลาด คุณจะต้องถูกไล่ออกหรือถูกทำโทษ แต่ในโลกของธุรกิจเครือข่าย พวกเขาจะกระตุ้นให้คุณเรียนรู้จากความผิดพลาดในการทำงานและแนะนำวิธีแก้ไข อันเป็นการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญา ความคิดและในด้านอารมณ์ไปพร้อม ๆ กัน
ถ้าคุณเป็นคนที่กลัวการทำผิดพลาดและกลัวที่จะล้มเหลว ธุรกิจเครือข่ายจะเป็นธุรกิจที่ดีที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตัวคุณเอง ผมได้เคยเห็นกระบวนการอบรมของธุรกิจเครือข่ายที่สามารถช่วยผู้คนสร้างความ มั่นใจในตัวเขากลับคืนมาได้ และเมื่อคุณมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นแล้ว ชีวิตคุณจะเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร
การฝึกฝนทางด้านร่างกาย
สมมุติว่าคุณรู้คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมดในห้องเรียนแต่ไม่เคยได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติเลย การเรียนรู้ของคุณจะสมบูรณ์ได้อย่างไร คุณจะก้าวหน้าต่อไปได้อย่างไร ถ้าคุณไม่กล้าที่จะทำอะไรสักอย่าง
บริษัทที่ทำการตลาดแบบเครือข่ายทุกบริษัทที่ผมได้ศึกษาดูจะให้ความสำคัญ กับการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญาเท่า ๆ กับการฝึกฝนทางด้านร่างกาย พวกเขาจะกระตุ้นให้คุณออกไปเผชิญหน้ากับความกลัวโดยการลงมือทำ เมื่อทำผิดพลาดแล้วก็เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นมันถึงจะเป็นกระบวนการที่ทำ ให้คุณเติบโตแข็งแรงทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ และร่างกาย
ธุรกิจเครือข่ายที่ดีที่สุดจะกระตุ้นให้คนของเขาเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ทั้งด้านสติปัญญา การลงมือทำ การทำผิดพลาด เรียนรู้ แก้ไข และทำซ้ำต่อไป นั่นคือ การเรียนรู้จากชีวิตจริง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่เดินเข้าไปหาเขา เขาก็คงไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้
การเรียนรู้ในด้านจิตวิญญาญ
เหนือขีดจำกัดของมนุษย์ วันหนึ่งในขณะที่ผมได้เฝ้าดูการวิ่งแข่งของคนพิการ ผมก็มีความรู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณ เมื่อได้เห็นว่าคนหนุ่มสาวเหล่านี้บางคนไม่มีขา บางคนก็มีขาเทียม พวกเขากำลังจะวิ่งแข่งระยะสั้น และด้วยหัวใจของพวกเขา น้ำตาของผมซึมออกมา เมื่อเห็นเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งมีขาเพียงขาเดียวกำลังวิ่งอย่างสุดหัวใจ ใบหน้าของเธอบอกได้ถึงความเจ็บปวดจากขาเทียมที่เธอใช้อยู่ แต่ความเจ็บปวดนั้นก็ไม่สามารถเทียบได้กับกำลังใจของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชนะในการแข่งขันครั้งนั้น แต่เธอก็ชนะใจของผม เธอเข้ามาอยู่ในหัวใจของผม พวกเขาวิ่งเพื่อเตือนสติพวกเราให้ได้รู้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดในตัวของ พวกเรากันเองทุกคน
ผมได้สังเกตเห็นว่าผู้นำในธุรกิจเครือข่ายก็ได้รับการอบรมและพัฒนาความ สามารถนี้ในการที่จะพูดให้เข้าถึงจิตใจของผู้คนได้เช่นกัน พวกเขาสามารถที่จะเอาชนะอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของเขาได้ และกระตุ้นให้พวกเขาเดินต่อไปข้างหน้าได้ เดินออกไปเหนือขีดจำกัดของมนุษย์ นั่นแหละคือพลังการเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต
ถ้าคุณตัดสินใจที่จะเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างในชีวิตของคุณ คุณก็ควรลองเข้าไปดูการอบรมที่จัดขึ้นโดยบริษัทการตลาดแบบเครือข่ายเหล่า นั้น และให้เวลาสักระยะหนึ่งเข้าไปศึกษาดูว่า ธุรกิจ ผลตอบแทน สินค้า และการอบรมเหล่านั้นคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตในช่วงนี้ของคุณหรือไม่
โอกาสที่ 2 : โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้าน
แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงาน
คุณเคยได้ยินคนพูดประโยคต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน?
1. ผมอยากจะหยุดทำงานเสียที
2. ฉันเบื่อแล้วกับการเปลี่ยนงาน
3. ผมอยากจะมีรายได้มากกว่านี้ แต่ผมก็ไม่อยากลาออกจากงานและเริ่มต้นใหม่อีก แล้วผมก็ไม่อยากกลับไปเรียนหนังสือเพื่อศึกษาวิชาชีพใหม่ ๆ อีก
4. ทุกครั้งที่เงินเดือนขึ้น ภาษีก็ขึ้นตามทุกที
5. ผมทำงานหนักมากแต่เจ้าของบริษัทรวยอยู่คนเดียว
6. ผมทำงานหนักมาก แต่ผมก็ยังมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ผมคงต้องวางแผนเรื่องการเกษียณของผมใหม่
7. ฉันกลัวว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำให้ฉันเป็นคนล้าสมัยไปเสียแล้ว
8. ฉันแก่เกินไป แล้วก็ไม่สามารถทำงานหนักเช่นนี้ต่อไปได้อีกแล้ว
9. ผมเรียนจบทันตแพทย์ แต่ผมก็เบื่อที่จะเป็นทันตแพทย์แล้ว
10. ผมเพียงแต่ต้องการหาอะไรใหม่ ๆ ทำและได้มีโอกาสพบกับคนกลุ่มใหม่ ๆ บ้าง ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ไม่มีความกระตือรือร้นและก็ไม่มีเป้าหมายใน ชีวิต ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ทำงานไปวัน ๆ แบบเช้าชามเย็นชามและไม่อยากที่จะทำงานกับบริษัทที่จ่ายเงินให้กับเราเพียง แค่ทำให้เราพออยู่ได้เท่านั้น
คำพูดเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของคนที่ติดอยู่ในช่องที่หนึ่งของเงินสี่ด้าน และก็เป็นคนที่พร้อมจะเปลี่ยนไปอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้านด้วย มันก็คงถึงเวลาแล้วล่ะที่เขาจะเดินหน้าต่อไป
จะเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านได้อย่างไร
ด้วยเหตุที่ว่าความเชื่อพื้นฐานนี้เป็นเรื่องที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวของพวกเราแต่ละคน (อ้างอิงความเชื่อของพ่อจนของ Kiyosaki จากพ่อรวยสอนลูก ที่เชื่อว่า ความรวยและนักธุรกิจ เป็นความเลว เป็นคนโลภ รวมถึงความเชื่อที่สอนกันมาว่า ให้ตั้งใจเรียนจะได้มีงานดี ๆ ทำ) ฉะนั้นเมื่อถูกถามว่า “ทำอย่างไรฉันถึงจะเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านได้?” คำตอบของผมก็คือ “ทำไมคุณไม่ลองไปทำธุรกิจเครือข่ายดูก่อนล่ะ?” เหตุผลที่ผมแนะนำให้ไปลองเริ่มทำธุรกิจเครือข่ายก่อน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ลองเริ่มศึกษาธุรกิจเครือข่ายดู ก็เพราะว่าการเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านที่ว่านี้มิใช่สิ่งที่สามารถทำได้ในชั่ว เวลาข้ามคืน พ่อรวยของผมใช้เวลาหลายปีแนะนำผม สอนผมและบางครั้งก็ด่าว่าผม เพื่อที่จะให้ผมเปลี่ยนไปอยู่ด้าน B และ I
ตามที่ได้กล่าวมาในบทที่แล้วเรื่อง “โอกาสที่ 1 : โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ” การเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริงจะต้องเป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั้งด้านของสติปัญญา อารมณ์ ร่างกายและจิตวิญญาณ… ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และต้องมีผู้คอยให้คำแนะนำ บริษัทที่ทำการตลาดเครือข่ายบางบริษัทจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วที่จะคอยช่วย เหลือคุณ
ทำไมผมถึงทำด้วยตัวเองไม่ได้?
มีคนถามผมว่า “ฉันจะเปลี่ยนจากด้านซ้ายมายังด้านขวาด้วยตัวของฉันเองไม่ได้หรือ?” คำตอบของผมก็คือ “ก็อาจเป็นได้” แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายเลย มีผู้ที่มีชื่อเสียงมากมายที่ประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ใน ด้าน B โดยที่ไม่ได้ทำธุรกิจเครือข่ายมากก่อน
จากที่ผมได้กล่าวมาแล้วในบทแรกว่า ผมไม่ได้ประสบความสำเร็จในด้าน B นี้ด้วยธุรกิจเครือข่าย และนี่แหละคือเหตุที่ทำให้ผมรู้่ว่า กว่าผมจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้ ผมต้องแลกมันมาด้วยอะไรบ้าง และมากมายขนาดไหน
การให้กำลังใจกับตัวเองให้ลุกขึ้นมาใหม่เป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่าการหาเงิน
บริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่ายเหล่านี้จะให้ความใส่ใจในเรื่องของการสร้างกำลัง ใจ หรือสำหรับบางคนมันอาจจะเป็นการรื้อฟื้นกำลังใจให้กลับคืนขึ้นมาใหม่อีก ครั้งได้ และเมื่อสร้างกำลังใจได้แล้ว หลังจากนั้นจึงค่อยคิดกลับไปสร้างธุรกิจ ถ้านี่เป็นเรื่องที่คุณสนใจ สิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือ เลือกบริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่ายซึ่งมีการอบรมที่เน้นการพัฒนาตัวคุณเป็น สิ่งแรก มากกว่าที่จะเน้นให้คุณออกไปขายสินค้าหรือขายแผนการตลาดของเขา และเมื่อได้พบบริษัทที่เหมาะสมกับคุณที่สุดแล้ว งานของคุณก็คือ เข้ารับการอบรมตามโครงการที่บริษัทเหล่านั้นจัดไว้และพยายามพัฒนาตัวเองให้ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสิ่งที่พวกเขาทำได้ก็เพียงแต่จัดการอบรมให้เท่านั้น เป็นหน้าที่ของคุณเองที่จะต้องทำมันให้สำเร็จ ไม่มีไครสามารถที่จะช่วยคุณได้นอกจากตัวคุณเอง
คุณอาจจะเลือกที่จะทำตามวิธีของคุณก็ได้ แต่ขอให้จำไว้ว่าการย้ายจากด้าน E และ S ไปที่ด้าน B และ I นั้น สิ่งที่คุณจะต้องทุ่มเทลงไปนั้นมันมากกว่าเรื่องของเงินหลายเท่าทีเดียว ในขณะที่ธุรกิจเครือข่ายจะมีการอบรม การช่วยเหลือ ซึ่งจะนำคุณผ่านกระบวนการพัฒนาตัวเองได้สำเร็จ ฉะนั้นผู้ที่เข้าสู่ด้าน B ด้วยวิธีนี้จึงจะต้นทุนที่ต่ำกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า
คุณโรเบิร์ต คิโยซากิ ได้กล่าวถึงคุณค่า 8 ประการที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่าย
นอกเหนือจากศักยภาพในการทำเงิน ไว้ในหนังสือ โรงเรียนสอนธุรกิจ
หนึ่งในหนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก ดังนี้
โอกาสที่ 1: โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ
โอกาสที่ 2: โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้าน
แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงาน
โอกาสที่ 3: โอกาสที่จะเข้าสู่ด้าน B(เจ้าของกิจการ)ด้วยต้นทุนในการเริ่มต้นและ
การดำเนินการต่ำกว่าธุรกิจอื่น
โอกาสที่ 4: โอกาสที่จะได้ลงทุนในธุรกิจประเภทเดียวกันกับที่คนรวยทำ
โอกาสที่ 5: โอกาสในการสร้างความฝันให้เป็นจริง
โอกาสที่ 6: พบคุณค่าของธุรกิจเครือข่าย
โอกาสที่ 7: คุณค่าที่คุณประเมินตัวเองจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คุณเป็น
โอกาสที่ 8: โอกาสในการพัฒนาทักษะผู้นำของคุณ
แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงาน
คุณเคยได้ยินคนพูดประโยคต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน?
1. ผมอยากจะหยุดทำงานเสียที
2. ฉันเบื่อแล้วกับการเปลี่ยนงาน
3. ผมอยากจะมีรายได้มากกว่านี้ แต่ผมก็ไม่อยากลาออกจากงานและเริ่มต้นใหม่อีก แล้วผมก็ไม่อยากกลับไปเรียนหนังสือเพื่อศึกษาวิชาชีพใหม่ ๆ อีก
4. ทุกครั้งที่เงินเดือนขึ้น ภาษีก็ขึ้นตามทุกที
5. ผมทำงานหนักมากแต่เจ้าของบริษัทรวยอยู่คนเดียว
6. ผมทำงานหนักมาก แต่ผมก็ยังมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ผมคงต้องวางแผนเรื่องการเกษียณของผมใหม่
7. ฉันกลัวว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำให้ฉันเป็นคนล้าสมัยไปเสียแล้ว
8. ฉันแก่เกินไป แล้วก็ไม่สามารถทำงานหนักเช่นนี้ต่อไปได้อีกแล้ว
9. ผมเรียนจบทันตแพทย์ แต่ผมก็เบื่อที่จะเป็นทันตแพทย์แล้ว
10. ผมเพียงแต่ต้องการหาอะไรใหม่ ๆ ทำและได้มีโอกาสพบกับคนกลุ่มใหม่ ๆ บ้าง ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ไม่มีความกระตือรือร้นและก็ไม่มีเป้าหมายใน ชีวิต ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ทำงานไปวัน ๆ แบบเช้าชามเย็นชามและไม่อยากที่จะทำงานกับบริษัทที่จ่ายเงินให้กับเราเพียง แค่ทำให้เราพออยู่ได้เท่านั้น
คำพูดเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของคนที่ติดอยู่ในช่องที่หนึ่งของเงินสี่ด้าน และก็เป็นคนที่พร้อมจะเปลี่ยนไปอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้านด้วย มันก็คงถึงเวลาแล้วล่ะที่เขาจะเดินหน้าต่อไป
จะเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านได้อย่างไร
ด้วยเหตุที่ว่าความเชื่อพื้นฐานนี้เป็นเรื่องที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวของพวกเราแต่ละคน (อ้างอิงความเชื่อของพ่อจนของ Kiyosaki จากพ่อรวยสอนลูก ที่เชื่อว่า ความรวยและนักธุรกิจ เป็นความเลว เป็นคนโลภ รวมถึงความเชื่อที่สอนกันมาว่า ให้ตั้งใจเรียนจะได้มีงานดี ๆ ทำ) ฉะนั้นเมื่อถูกถามว่า “ทำอย่างไรฉันถึงจะเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านได้?” คำตอบของผมก็คือ “ทำไมคุณไม่ลองไปทำธุรกิจเครือข่ายดูก่อนล่ะ?” เหตุผลที่ผมแนะนำให้ไปลองเริ่มทำธุรกิจเครือข่ายก่อน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ลองเริ่มศึกษาธุรกิจเครือข่ายดู ก็เพราะว่าการเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านที่ว่านี้มิใช่สิ่งที่สามารถทำได้ในชั่ว เวลาข้ามคืน พ่อรวยของผมใช้เวลาหลายปีแนะนำผม สอนผมและบางครั้งก็ด่าว่าผม เพื่อที่จะให้ผมเปลี่ยนไปอยู่ด้าน B และ I
ตามที่ได้กล่าวมาในบทที่แล้วเรื่อง “โอกาสที่ 1 : โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ” การเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริงจะต้องเป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั้งด้านของสติปัญญา อารมณ์ ร่างกายและจิตวิญญาณ… ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และต้องมีผู้คอยให้คำแนะนำ บริษัทที่ทำการตลาดเครือข่ายบางบริษัทจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วที่จะคอยช่วย เหลือคุณ
ทำไมผมถึงทำด้วยตัวเองไม่ได้?
มีคนถามผมว่า “ฉันจะเปลี่ยนจากด้านซ้ายมายังด้านขวาด้วยตัวของฉันเองไม่ได้หรือ?” คำตอบของผมก็คือ “ก็อาจเป็นได้” แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายเลย มีผู้ที่มีชื่อเสียงมากมายที่ประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ใน ด้าน B โดยที่ไม่ได้ทำธุรกิจเครือข่ายมากก่อน
จากที่ผมได้กล่าวมาแล้วในบทแรกว่า ผมไม่ได้ประสบความสำเร็จในด้าน B นี้ด้วยธุรกิจเครือข่าย และนี่แหละคือเหตุที่ทำให้ผมรู้่ว่า กว่าผมจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้ ผมต้องแลกมันมาด้วยอะไรบ้าง และมากมายขนาดไหน
การให้กำลังใจกับตัวเองให้ลุกขึ้นมาใหม่เป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่าการหาเงิน
บริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่ายเหล่านี้จะให้ความใส่ใจในเรื่องของการสร้างกำลัง ใจ หรือสำหรับบางคนมันอาจจะเป็นการรื้อฟื้นกำลังใจให้กลับคืนขึ้นมาใหม่อีก ครั้งได้ และเมื่อสร้างกำลังใจได้แล้ว หลังจากนั้นจึงค่อยคิดกลับไปสร้างธุรกิจ ถ้านี่เป็นเรื่องที่คุณสนใจ สิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือ เลือกบริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่ายซึ่งมีการอบรมที่เน้นการพัฒนาตัวคุณเป็น สิ่งแรก มากกว่าที่จะเน้นให้คุณออกไปขายสินค้าหรือขายแผนการตลาดของเขา และเมื่อได้พบบริษัทที่เหมาะสมกับคุณที่สุดแล้ว งานของคุณก็คือ เข้ารับการอบรมตามโครงการที่บริษัทเหล่านั้นจัดไว้และพยายามพัฒนาตัวเองให้ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสิ่งที่พวกเขาทำได้ก็เพียงแต่จัดการอบรมให้เท่านั้น เป็นหน้าที่ของคุณเองที่จะต้องทำมันให้สำเร็จ ไม่มีไครสามารถที่จะช่วยคุณได้นอกจากตัวคุณเอง
คุณอาจจะเลือกที่จะทำตามวิธีของคุณก็ได้ แต่ขอให้จำไว้ว่าการย้ายจากด้าน E และ S ไปที่ด้าน B และ I นั้น สิ่งที่คุณจะต้องทุ่มเทลงไปนั้นมันมากกว่าเรื่องของเงินหลายเท่าทีเดียว ในขณะที่ธุรกิจเครือข่ายจะมีการอบรม การช่วยเหลือ ซึ่งจะนำคุณผ่านกระบวนการพัฒนาตัวเองได้สำเร็จ ฉะนั้นผู้ที่เข้าสู่ด้าน B ด้วยวิธีนี้จึงจะต้นทุนที่ต่ำกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า
คุณโรเบิร์ต คิโยซากิ ได้กล่าวถึงคุณค่า 8 ประการที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่าย
นอกเหนือจากศักยภาพในการทำเงิน ไว้ในหนังสือ โรงเรียนสอนธุรกิจ
หนึ่งในหนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก ดังนี้
โอกาสที่ 1: โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ
โอกาสที่ 2: โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้าน
แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงาน
โอกาสที่ 3: โอกาสที่จะเข้าสู่ด้าน B(เจ้าของกิจการ)ด้วยต้นทุนในการเริ่มต้นและ
การดำเนินการต่ำกว่าธุรกิจอื่น
โอกาสที่ 4: โอกาสที่จะได้ลงทุนในธุรกิจประเภทเดียวกันกับที่คนรวยทำ
โอกาสที่ 5: โอกาสในการสร้างความฝันให้เป็นจริง
โอกาสที่ 6: พบคุณค่าของธุรกิจเครือข่าย
โอกาสที่ 7: คุณค่าที่คุณประเมินตัวเองจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คุณเป็น
โอกาสที่ 8: โอกาสในการพัฒนาทักษะผู้นำของคุณ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น