วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

8 โอกาสที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่าย(MLM)

8 โอกาสที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่าย(MLM) จากโรงเรียนสอนธุรกิจ โดย Rebert Kiyosaki(1)

คุณโรเบิร์ต คิโยซากิ ได้กล่าวถึงคุณค่า 8 ประการที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่าย
นอกเหนือจากศักยภาพในการทำเงิน ไว้ในหนังสือ โรงเรียนสอนธุรกิจ
หนึ่งในหนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก ดังนี้
โอกาสที่ 1: โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ
โอกาสที่ 2: โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้าน
แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงาน
โอกาสที่ 3: โอกาสที่จะเข้าสู่ด้าน B(เจ้าของกิจการ)ด้วยต้นทุนในการเริ่มต้นและ
การดำเนินการต่ำกว่าธุรกิจอื่น
โอกาสที่ 4: โอกาสที่จะได้ลงทุนในธุรกิจประเภทเดียวกันกับที่คนรวยทำ
โอกาสที่ 5: โอกาสในการสร้างความฝันให้เป็นจริง
โอกาสที่ 6: พบคุณค่าของธุรกิจเครือข่าย
โอกาสที่ 7: คุณค่าที่คุณประเมินตัวเองจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คุณเป็น
โอกาสที่ 8: โอกาสในการพัฒนาทักษะผู้นำของคุณ

ทำไมคุณถึงแนะนำธุรกิจเครือข่าย หรือ MLM ให้กับผู้อื่น?
มีคนถามผมเสมอว่า ทำไมผมจึงแนะนำธุรกิจเครือข่ายให้กับคนทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นมาจากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายสักหน่อยครับ ผมมีเหตุผลอยู่หลายประการที่ทำเช่นนี้และนี่แหละครับคือที่มาของหนังสือเล่ม นี้
BusinessSchool
โอกาสที่ 1 : โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ
ไม่ใช่เรื่องเงิน
พวกเขามักจะเล่าถึงคนที่สามารถทำเงินได้ถึงหนึ่งแสนเหรียญต่อเดือน จากธุรกิจของเขาให้ฟังอย่างตื่นเต้น และผมก็เคยได้พบกับคนเหล่านั้นจริง ๆ มาแล้วด้วย ผมจึงไม่มีความสงสัยในศักยภาพของการสร้างรายได้มากมายจากธุรกิจเครือข่ายเลย แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่แนะนำให้พวกเราเข้าไปศึกษาธุรกิจนี้ เพราะด้วยเรื่องเงินเป็นเหตุผลหลัก
ไม่ใช่เรื่องสินค้า
ธุรกิจเครือข่ายแรกที่ผมได้เข้าไปศึกษาในปี 1970 นั้นขายวิตามิน ผมได้ลองกินดูแล้วก็พบว่าคุณภาพของมันยอดเยี่ยมจริง ๆ ผมได้มีโอกาสเข้าไปสั่งสินค้ากับบริษัทเหล่านั้นบ้างเมื่อผมต้องการสินค้า และบริการที่เขานำเสนอ แต่สินค้าและแผนการตลาดที่ว่าก็ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ผมสนับสนุนให้ผู้คนเข้า ไปศึกษาธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายอีกเช่นกัน
แต่มันเป็นเพราะกระบวนการอบรมต่างหาก
เหตุผลแรกที่ผมแนะนำให้เข้าไปสู่ธุรกิจเครือข่ายคือ กระบวนการในการอบรมของเขา ไม่ ใช่แค่สินค้า ไม่ใช่ตัวรายได้ ไม่ใช่เวลาแค่สามชั่วโมงนั่งฟังแผนการตลาดหรือแคตตาล็อกสินค้าที่มีสีสันสวย งาม แต่ต้องใช้เวลามากกว่านั้น
ดูให้รอบคอบ เพราะบริษัทเหล่านั้นส่วนใหญ่จะบอกว่าเขามีกระบวนการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม ทั้ง ๆ ที่บางบริษัทไม่มีอะไรเลย แค่ให้คุณไปอ่านหนังสือบางเล่ม หรือไม่ก็เป็นเพียงการอบรมให้คุณรู้จักวิธีชักชวนเพื่อนหรือญาติพี่น้อง พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ สอนให้คุณเป็นเพียงพนักงานขายเท่านั้น
ฉะนั้นเมื่อผมพูดถึงการเรียนรู้ทางด้านธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผม หมายถึงการศึกษาที่มีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนดักแด้ให้เป็นผีเสื้อได้ และเมื่อพูดถึงการเรียนรู้ในธุรกิจเครือข่าย ผมจึงแนะนำให้คุณมองหากระบวนการให้ความรู้ที่มีพลังมากถึงขนาดทำให้ชีวิตของ คุณแตกต่างจากเดิมไปได้เช่นกัน
การสอนจากประสบการณ์จริง
ผู้คนที่สอนเราจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ ในระดับสูงของธุรกิจนั้น ซึ่งต่างจากในโลกธุรกิจแบบเดิมที่คุณไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จจริง ๆ เพื่อที่จะมาสอนวิชาธุรกิจ ดังนั้นเมื่อคุณมองเข้าไปในธุรกิจเครือข่าย ก็ควรมองไปยังผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับสูงในธุรกิจนั้นด้วย และถามตัวคุณเองว่าคุณต้องการที่จะเรียนรู้จากเขาหรือไม่
วิชาความรู้ที่สำคัญที่สอนกันจากประสบการณ์จริงในธุรกิจเครือข่ายได้แก่
  1. ทัศนคติสู่ความสำเร็จ
  2. ทักษะการเป็นผู้นำ
  3. ทักษะในการสื่อสาร
  4. ทักษะในการพบปะผู้คน
  5. การเอาชนะความกลัว ความสงสัย และความไม่มั่นใจในตัวเอง
  6. การเอาชนะความกลัวจากคำปฏิเสธ
  7. ทักษะการบริหารการเงิน
  8. ทักษะการลงทุน
  9. ทักษะในด้านการสร้างความน่าเชื่อถือ
  10. ทักษะการบริหารเวลา
  11. การตั้งเป้าหมาย
  12. การจัดระบบ
studyingforchangelife
การเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตหมายถึงอะไร
การเรียนรู้ทางด้านอารมณ์
พ่อจนของผมซึ่งเป็นครูมีความคิดว่า การทำผิดพลาดเป็นเรื่องเลวร้าย ในทางตรงกันข้าม พ่อรวยสอนว่า “เรียนรู้จากความผิดพลาด เราเรียนรู้ที่จะขี่จักรยานได้ ก็จากการที่เราล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า การไม่เรียนรู้จากความผิดพลาดต่างหากที่เป็นเรื่องเลวร้าย” ฉะนั้น เมื่อทำผิด ก็จงยอมรับผิด นี่ต่างหากคือวิธีการเรียนรู้
ในโลกของธุรกิจทั่ว ๆ ไปก็มีทัศนคติเรื่องของการทำผิดพลาดนี้ เมื่อคุณทำผิดพลาด คุณจะต้องถูกไล่ออกหรือถูกทำโทษ แต่ในโลกของธุรกิจเครือข่าย พวกเขาจะกระตุ้นให้คุณเรียนรู้จากความผิดพลาดในการทำงานและแนะนำวิธีแก้ไข อันเป็นการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญา ความคิดและในด้านอารมณ์ไปพร้อม ๆ กัน
ถ้าคุณเป็นคนที่กลัวการทำผิดพลาดและกลัวที่จะล้มเหลว ธุรกิจเครือข่ายจะเป็นธุรกิจที่ดีที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตัวคุณเอง ผมได้เคยเห็นกระบวนการอบรมของธุรกิจเครือข่ายที่สามารถช่วยผู้คนสร้างความ มั่นใจในตัวเขากลับคืนมาได้ และเมื่อคุณมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นแล้ว ชีวิตคุณจะเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร
การฝึกฝนทางด้านร่างกาย
สมมุติว่าคุณรู้คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมดในห้องเรียนแต่ไม่เคยได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติเลย การเรียนรู้ของคุณจะสมบูรณ์ได้อย่างไร คุณจะก้าวหน้าต่อไปได้อย่างไร ถ้าคุณไม่กล้าที่จะทำอะไรสักอย่าง
บริษัทที่ทำการตลาดแบบเครือข่ายทุกบริษัทที่ผมได้ศึกษาดูจะให้ความสำคัญ กับการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญาเท่า ๆ กับการฝึกฝนทางด้านร่างกาย พวกเขาจะกระตุ้นให้คุณออกไปเผชิญหน้ากับความกลัวโดยการลงมือทำ เมื่อทำผิดพลาดแล้วก็เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นมันถึงจะเป็นกระบวนการที่ทำ ให้คุณเติบโตแข็งแรงทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ และร่างกาย
ธุรกิจเครือข่ายที่ดีที่สุดจะกระตุ้นให้คนของเขาเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ทั้งด้านสติปัญญา การลงมือทำ การทำผิดพลาด เรียนรู้ แก้ไข และทำซ้ำต่อไป นั่นคือ การเรียนรู้จากชีวิตจริง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่เดินเข้าไปหาเขา เขาก็คงไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้
การเรียนรู้ในด้านจิตวิญญาญ
เหนือขีดจำกัดของมนุษย์ วันหนึ่งในขณะที่ผมได้เฝ้าดูการวิ่งแข่งของคนพิการ ผมก็มีความรู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณ เมื่อได้เห็นว่าคนหนุ่มสาวเหล่านี้บางคนไม่มีขา บางคนก็มีขาเทียม พวกเขากำลังจะวิ่งแข่งระยะสั้น และด้วยหัวใจของพวกเขา น้ำตาของผมซึมออกมา เมื่อเห็นเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งมีขาเพียงขาเดียวกำลังวิ่งอย่างสุดหัวใจ ใบหน้าของเธอบอกได้ถึงความเจ็บปวดจากขาเทียมที่เธอใช้อยู่ แต่ความเจ็บปวดนั้นก็ไม่สามารถเทียบได้กับกำลังใจของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชนะในการแข่งขันครั้งนั้น แต่เธอก็ชนะใจของผม เธอเข้ามาอยู่ในหัวใจของผม พวกเขาวิ่งเพื่อเตือนสติพวกเราให้ได้รู้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดในตัวของ พวกเรากันเองทุกคน
ผมได้สังเกตเห็นว่าผู้นำในธุรกิจเครือข่ายก็ได้รับการอบรมและพัฒนาความ สามารถนี้ในการที่จะพูดให้เข้าถึงจิตใจของผู้คนได้เช่นกัน พวกเขาสามารถที่จะเอาชนะอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังของเขาได้ และกระตุ้นให้พวกเขาเดินต่อไปข้างหน้าได้ เดินออกไปเหนือขีดจำกัดของมนุษย์ นั่นแหละคือพลังการเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต
ถ้าคุณตัดสินใจที่จะเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างในชีวิตของคุณ คุณก็ควรลองเข้าไปดูการอบรมที่จัดขึ้นโดยบริษัทการตลาดแบบเครือข่ายเหล่า นั้น และให้เวลาสักระยะหนึ่งเข้าไปศึกษาดูว่า ธุรกิจ ผลตอบแทน สินค้า และการอบรมเหล่านั้นคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตในช่วงนี้ของคุณหรือไม่

โอกาสที่ 2 : โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้าน
แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงาน
คุณเคยได้ยินคนพูดประโยคต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน?
1. ผมอยากจะหยุดทำงานเสียที
2. ฉันเบื่อแล้วกับการเปลี่ยนงาน
3. ผมอยากจะมีรายได้มากกว่านี้ แต่ผมก็ไม่อยากลาออกจากงานและเริ่มต้นใหม่อีก แล้วผมก็ไม่อยากกลับไปเรียนหนังสือเพื่อศึกษาวิชาชีพใหม่ ๆ อีก
4. ทุกครั้งที่เงินเดือนขึ้น ภาษีก็ขึ้นตามทุกที
5. ผมทำงานหนักมากแต่เจ้าของบริษัทรวยอยู่คนเดียว
6. ผมทำงานหนักมาก แต่ผมก็ยังมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ผมคงต้องวางแผนเรื่องการเกษียณของผมใหม่
7. ฉันกลัวว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำให้ฉันเป็นคนล้าสมัยไปเสียแล้ว
8. ฉันแก่เกินไป แล้วก็ไม่สามารถทำงานหนักเช่นนี้ต่อไปได้อีกแล้ว
9. ผมเรียนจบทันตแพทย์ แต่ผมก็เบื่อที่จะเป็นทันตแพทย์แล้ว
10. ผมเพียงแต่ต้องการหาอะไรใหม่ ๆ ทำและได้มีโอกาสพบกับคนกลุ่มใหม่ ๆ บ้าง ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ไม่มีความกระตือรือร้นและก็ไม่มีเป้าหมายใน ชีวิต ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ทำงานไปวัน ๆ แบบเช้าชามเย็นชามและไม่อยากที่จะทำงานกับบริษัทที่จ่ายเงินให้กับเราเพียง แค่ทำให้เราพออยู่ได้เท่านั้น
คำพูดเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของคนที่ติดอยู่ในช่องที่หนึ่งของเงินสี่ด้าน และก็เป็นคนที่พร้อมจะเปลี่ยนไปอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้านด้วย มันก็คงถึงเวลาแล้วล่ะที่เขาจะเดินหน้าต่อไป
จะเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านได้อย่างไร
ด้วยเหตุที่ว่าความเชื่อพื้นฐานนี้เป็นเรื่องที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวของพวกเราแต่ละคน (อ้างอิงความเชื่อของพ่อจนของ Kiyosaki จากพ่อรวยสอนลูก ที่เชื่อว่า ความรวยและนักธุรกิจ เป็นความเลว เป็นคนโลภ รวมถึงความเชื่อที่สอนกันมาว่า ให้ตั้งใจเรียนจะได้มีงานดี ๆ ทำ) ฉะนั้นเมื่อถูกถามว่า “ทำอย่างไรฉันถึงจะเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านได้?” คำตอบของผมก็คือ “ทำไมคุณไม่ลองไปทำธุรกิจเครือข่ายดูก่อนล่ะ?” เหตุผลที่ผมแนะนำให้ไปลองเริ่มทำธุรกิจเครือข่ายก่อน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ลองเริ่มศึกษาธุรกิจเครือข่ายดู ก็เพราะว่าการเปลี่ยนไปอยู่อีกด้านที่ว่านี้มิใช่สิ่งที่สามารถทำได้ในชั่ว เวลาข้ามคืน พ่อรวยของผมใช้เวลาหลายปีแนะนำผม สอนผมและบางครั้งก็ด่าว่าผม เพื่อที่จะให้ผมเปลี่ยนไปอยู่ด้าน B และ I
ตามที่ได้กล่าวมาในบทที่แล้วเรื่อง “โอกาสที่ 1 : โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ” การเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริงจะต้องเป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั้งด้านของสติปัญญา อารมณ์ ร่างกายและจิตวิญญาณ… ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และต้องมีผู้คอยให้คำแนะนำ บริษัทที่ทำการตลาดเครือข่ายบางบริษัทจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วที่จะคอยช่วย เหลือคุณ
ทำไมผมถึงทำด้วยตัวเองไม่ได้?
มีคนถามผมว่า “ฉันจะเปลี่ยนจากด้านซ้ายมายังด้านขวาด้วยตัวของฉันเองไม่ได้หรือ?” คำตอบของผมก็คือ “ก็อาจเป็นได้” แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายเลย มีผู้ที่มีชื่อเสียงมากมายที่ประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ใน ด้าน B โดยที่ไม่ได้ทำธุรกิจเครือข่ายมากก่อน
จากที่ผมได้กล่าวมาแล้วในบทแรกว่า ผมไม่ได้ประสบความสำเร็จในด้าน B นี้ด้วยธุรกิจเครือข่าย และนี่แหละคือเหตุที่ทำให้ผมรู้่ว่า กว่าผมจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้ ผมต้องแลกมันมาด้วยอะไรบ้าง และมากมายขนาดไหน
การให้กำลังใจกับตัวเองให้ลุกขึ้นมาใหม่เป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่าการหาเงิน
บริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่ายเหล่านี้จะให้ความใส่ใจในเรื่องของการสร้างกำลัง ใจ หรือสำหรับบางคนมันอาจจะเป็นการรื้อฟื้นกำลังใจให้กลับคืนขึ้นมาใหม่อีก ครั้งได้ และเมื่อสร้างกำลังใจได้แล้ว หลังจากนั้นจึงค่อยคิดกลับไปสร้างธุรกิจ ถ้านี่เป็นเรื่องที่คุณสนใจ สิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือ เลือกบริษัทที่ทำธุรกิจเครือข่ายซึ่งมีการอบรมที่เน้นการพัฒนาตัวคุณเป็น สิ่งแรก มากกว่าที่จะเน้นให้คุณออกไปขายสินค้าหรือขายแผนการตลาดของเขา และเมื่อได้พบบริษัทที่เหมาะสมกับคุณที่สุดแล้ว งานของคุณก็คือ เข้ารับการอบรมตามโครงการที่บริษัทเหล่านั้นจัดไว้และพยายามพัฒนาตัวเองให้ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสิ่งที่พวกเขาทำได้ก็เพียงแต่จัดการอบรมให้เท่านั้น เป็นหน้าที่ของคุณเองที่จะต้องทำมันให้สำเร็จ ไม่มีไครสามารถที่จะช่วยคุณได้นอกจากตัวคุณเอง
คุณอาจจะเลือกที่จะทำตามวิธีของคุณก็ได้ แต่ขอให้จำไว้ว่าการย้ายจากด้าน E และ S ไปที่ด้าน B และ I นั้น สิ่งที่คุณจะต้องทุ่มเทลงไปนั้นมันมากกว่าเรื่องของเงินหลายเท่าทีเดียว ในขณะที่ธุรกิจเครือข่ายจะมีการอบรม การช่วยเหลือ ซึ่งจะนำคุณผ่านกระบวนการพัฒนาตัวเองได้สำเร็จ ฉะนั้นผู้ที่เข้าสู่ด้าน B ด้วยวิธีนี้จึงจะต้นทุนที่ต่ำกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า

คุณโรเบิร์ต คิโยซากิ ได้กล่าวถึงคุณค่า 8 ประการที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจเครือข่าย
นอกเหนือจากศักยภาพในการทำเงิน ไว้ในหนังสือ โรงเรียนสอนธุรกิจ
หนึ่งในหนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก ดังนี้
โอกาสที่ 1: โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ
โอกาสที่ 2: โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้าน
แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงาน
โอกาสที่ 3: โอกาสที่จะเข้าสู่ด้าน B(เจ้าของกิจการ)ด้วยต้นทุนในการเริ่มต้นและ
การดำเนินการต่ำกว่าธุรกิจอื่น
โอกาสที่ 4: โอกาสที่จะได้ลงทุนในธุรกิจประเภทเดียวกันกับที่คนรวยทำ
โอกาสที่ 5: โอกาสในการสร้างความฝันให้เป็นจริง
โอกาสที่ 6: พบคุณค่าของธุรกิจเครือข่าย
โอกาสที่ 7: คุณค่าที่คุณประเมินตัวเองจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คุณเป็น
โอกาสที่ 8: โอกาสในการพัฒนาทักษะผู้นำของคุณ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น